มะเร็งปากมดลูก วิธีรักษาและข้อมูลน่ารู้

มะเร็งปากมดลูก วิธีรักษาและข้อมูลน่ารู้

จาก สถิติของสถาบันมะเร็งแห่งชาติพบว่า มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของมะเร็งในสตรีไทย ซึ่งจะพบมากในช่วงอายุ 35-60 ปี โดยมะเร็งปากมดลูกเป็นเนื้อร้ายที่เกิดขึ้นบริเวณปากมดลูก สามารถแพร่ขยายลุกลามและกดเบียดอวัยวะใกล้เคียงมดลูกภายในอุ้งเชิงกราน และสามารถแพร่กระจายไปยังปอด ตับ ลำไส้ หรือสมอง จนทำให้เสียชีวิตได้

มะเร็งปากมดลูกเกิดจากอะไร
จากผลการตรวจชิ้นเนื้อในผู้ป่วยที่เป็นมะเร็ง ปากมดลูกพบว่ามีเชื้อ เอชพีวี(HPV) ถึง 97.7% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเชื้อ HPV เป็นสาเหตุสำคัญของมะเร็งปากมดลูก โดยสตรีจะได้รับเชื้อ HPV มาจากการมีเพศสัมพันธ์ และเชื้อนี้จะเข้าไปเปลี่ยนแปลงสารพันธุกรรมภายในเซลล์ปากมดลูก จนกลไกการควบคุมการแบ่งตัวของเซลล์ถูกกระตุ้นขึ้น ตามมาด้วย การเจริญเติบโตที่ผิดปกติจนกลายเป็นมะเร็งปากมดลูกในที่สุด

มะเร็งปากมดลูกป้องกันได้หรือไม่
มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่สามารถป้องกันได้ หากมีการตรวจพบเซลล์ได้ตั้งแต่เซลล์เริ่มมีความผิดปกติ และสามารถรักษาให้หายได้ หากเป็นในระยะเริ่มแรกเพราะมีการดำเนินของโรคแบบค่อยเป็นค่อยไป นอกจากนั้นยังเป็นอวัยวะที่อยู่ในตำแหน่งที่สามารถตรวจวินิจฉัยได้ง่ายกว่า อวัยวะอื่นๆ ในร่างกาย ยิ่งปัจจุบันมีเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่สามารถให้การตรวจวินิจฉัยได้เร็วและ แม่นยำมากยิ่งขึ้นก่อนที่จะเป็นมะเร็งระยะลุกลาม

ควรเลือกการตรวจหามะเร็งปากมดลูก ด้วยวิธีใด
แต่เดิมเมื่อ 60 ปีที่ผ่านมา การตรวจหามะเร็งปากมดลูก จะใช้การตรวจด้วยวิธี แป๊ปสเมียร์ (Pap smear) ซึ่งเป็นการตรวจหาเซลล์ที่ผิดปกติ หรือเซลล์มะเร็ง นั่นคือ เมื่อเป็นมะเร็งแล้วจึงจะมีการตรวจพบ วิธีนี้เป็นวิธีที่ง่ายและประหยัด แต่ภายหลังเมื่อวิทยาการทางการแพทย์ก้าวหน้าไปมาก ทำให้ทราบว่าวิธีนี้มีข้อจำกัดอีกหลายอย่าง ต่อมาเมื่อประมาณ 5 ปี ที่ผ่านมา มีวิธีการใหม่ในการตรวจหามะเร็งปากมดลูกโดยวิธี ตินเพร็พ (Thin Prep) ซึ่งพัฒนามาจากการตรวจด้วยวิธีแป๊ปสเมียร์แบบเก่า และมีข้อมูลการศึกษาวิจัยจากสถาบันทั่วโลกพบว่า การตรวจด้วยวิธี ตินเพร็พ ให้ความแม่นยำมากขึ้น 20%

ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีล่าสุด สำหรับการตรวจหาเชื้อ HPV ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งปากมดลูกโดยตรงด้วยวิธี พีซีอาร์ (PCR) ซึ่งเป็นเทคนิคที่ให้ความไวในการตรวจที่สูงถึง 95-99% นั่นคือตรวจพบเชื้อได้ตั้งแต่ในระยะแรกๆ ของการติดเชื้อ จากการตรวจหามะเร็งปากมดลูกด้วยวิธีแป๊ปสเมียร์เพียงอย่างเดียว ในผู้เป็นมะเร็งปากมดลูก 100 คน พบว่าไม่เป็นมะเร็งปากมดลูกถึง 30-50 คน นั่นแสดงว่าในจำนวนนี้อาจจะถูกละเลย และไม่ได้ทำการรักษามะเร็งปากมดลูกตั่งแต่ในระยะแรกของโรค ซึ่งสามารถรักษาได้ก่อนที่จะเป็นมะเร็งระยะลุกลาม ดังนั้น ทางสมาคมโรคมะเร็งและองค์การอาหารและยาแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา จึงได้แนะนำให้มีการตรวจหาเชื้อ HPV ร่วมกับการตรวจด้วยวิธีแป๊ปสเมียร์ หรือ ตินเพร็พ เป็นมาตรฐานในการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกซึ่งพบว่ามีความแม่นยำมากขึ้นถึง 95-99%

ใครบ้างที่ควรตรวจหา เชื้อ HPV

  • สตรีที่มีเพศสัมพันธ์ทุกช่วงอายุ
  • สตรีที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ ควรเริ่มตรวจเมื่ออายุ 30 ปี ขึ้นไป
  • ควรตรวจอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือตามแพทย์นัด ในกรณีที่เริ่มพบความผิดปกติ แพทย์อาจนัดให้ไปตรวจถี่ขึ้น ซึ่งผู้หญิงทุกคนควรตระหนักถึงความสำคัญ ของการตรวจคัดกรองหาความผิด

ปกติที่ปากมดลูกแต่เนิ่นๆ ร่วมกับการให้การดูแลรักษา เพื่อเป็นการตัดไฟแต่ต้นลมก่อนที่จะกลายเป็นมะเร็งปากมดลูก

มะเร็งปากมดลูก

มะเร็งปากมดลูก

กลุ่มเสี่ยง
ผู้หญิงที่มีปัญหาประจำเดือนมาไม่ปกติ หรือมามากเกินไป บางครั้งหายไป หรือมาบ้าง ไม่มาบ้าง เกิดกับผู้หญิงที่อยู่ในช่วงอายุระหว่าง 35-80 ปี และอายุมากกว่า 50 ปี

อาการที่พึงระวัง
มีประจำเดือนนานกว่าปกติ ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่ช่วงประจำเดือนแต่ก็มีเลือดไหลออกมา หรือมีอาการผิดปกติในช่วงหมดประจำเดือนและเข้าใจว่าเป็นอาการปกติของวัยหมด ประจำเดือน หากมีอาการผิดปกติดังกล่าว อย่านิ่งนอนใจ ควรรีบไปตรวจเพื่อหาสาเหตุก่อนที่จะสายไป

ลักษณะของโรค
โรคมะเร็งมดลูก เกิดจากการที่มีเนื้อร้ายไปเจริญเติบโตบริเวณด้านหลังของมดลูก ส่วนใหญ่มักเกิดกับสตรีที่อยู่ในช่วงอายุ 45 ปี และหลังหมดประจำเดือนแล้ว โดยประจำเดือนจะมาผิดปกติ เช่น มาระยะสั้นบ้าง ยาวบ้าง มาเร็วหรือช้าบ้าง รวมไปถึงการมีเลือดออกที่ไม่ใช่ประจำเดือนปกติ ซึ่งเป็นสัญญาณบอกให้รู้ถึงการเป็นมะเร็งมดลูกนั่นเอง นอกจากนี้มีผู้หญิงจำนวนมากเข้าใจว่า อาการดังกล่าวเป็นสัญญาณของการหมดประจำเดือน จึงไม่ได้สนใจ จนเนื้อร้ายนั้นเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นมะเร็ง
การที่มะเร็งเต้านมเกิดขึ้นในเวลาเดียวกันกับมะเร็งมดลูก จะเรียกว่า”โรคมะเร็งซ้ำซ้อน” เพราะไม่ว่าจะเป็นโรคมะเร็งมดลูกหรือมะเร็งเต้านมต่างก็มาจากความผิดปกติของ ความสมดุลของฮอร์โมนในสตรี ดังนั้นมะเร็งทั้งสองชนิดนี้จึงมักเกิดและเติบโตในเวลาไล่เลี่ยกันสาเหตุ หนึ่งที่ทำให้ฮอร์โมนในสตรีเกิดความผิดปกติก็คือ ความอ้วน คนอ้วนซึ่งมีไขมันในร่างกายสะสมอยู่มากจะมีฮอร์โมนหลั่งออกมาตลอดเวลา และอวัยวะที่มีผลต่อการหลั่งของฮอร์โมนมากที่สุดก็คือมดลูกและเต้านมนั่นเอง
กรณีของมะเร็งซ้ำซ้อนซึ่งเกิดจากการกระตุ้นของฮอร์โมนเอสโตรเจนซึ่งเป็น ฮอร์โมนสตรี เป็นระยะเวลานาน ๆ จนเอสโตรเจนออกมามากผิดปกติ และไปกระตุ้นอวัยวะที่ไวต่อฮอร์โมนบริเวณเต้านมกับบริเวณเยื่อบุโพรงมดลูก โดยจะถูกกระตุ้นพร้อมกัน อาจจะมดลูกก่อนและอาจจะมาเป็นเต้านมทีหลังอีกที แต่เป็นกรณีที่พบได้ไม่มากนัก ปัจจุบันมีคนเป็นโรคมะเร็งในลักษณะนี้มากขึ้นเนื่องจากผู้หญิงไทยในปัจจุบัน มีภาวะของโรคอ้วนเพิ่มสูงขึ้น
มะเร็งมดลูกสามารถรักษาหายได้ หากรู้ตัวตั้งแต่ระยะแรก ๆ คือเป็นระยะที่ 1 พบว่าประมาณ 70% ขึ้นไป สามารถหายภายใน 5 ปี ระยะที่ 2 จะตรวจพบประมาณ 50% ผู้ป่วยจะสามารถมีชีวิตรอด 5 ปี ระยะที่ 3 จะตรวจพบประมาณ 30% ระยะที่ 4 มีประมาณ 10%
จากสถิติการเป็นมะเร็งมดลูกของคนไทย พบว่า คนไทยเป็นมะเร็งมดลูก ปีละ 1.7% ของมะเร็งในผู้หญิง พบในช่วงอายุ 35-80 ปีประมาณ 1.73% และประมาณ 65.7% พบในผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 50 ปี และประมาณ 50% ของมะเร็งมดลูก พบในคนอ้วนและอีก 50% พบในสตรีที่ไม่มีบุตร

  วิธีการรักษาโรคมะเร็งมดลูก
การตรวจมะเร็งมดลูกสามารถทำได้โดยการตรวจอัลตราซาวนด์ เพื่อดูความหนาของเยื่อบุโพรงมดลูก ว่ามีความหนาเกิน 1 เซนติเมตรหรือไม่ ถ้าเกินถือว่าผิดปกติ โดยเริ่มจากการทาเจลที่บริเวณหน้าท้อง เพื่อเป็นตัวนำคลื่นเสียงความถี่สูงให้ผ่านไปยังเนื้อเยื่อง่ายขึ้น จากนั้นจะนำหัวตรวจอัลตราซาวนด์ไปวางที่หน้าท้อง จากนั้นภาพก็จะปรากฏบนหน้าจอ เพื่อตรวจวินิจฉัยต่อไป

รู้ไว้ ไกลโรคมะเร็งมดลูก
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ รับประทานอาหารในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการ และไม่รับประทานอาหารที่มีไขมันสูงซึ่งเป็นสาเหตุของโรคอ้วน และควรไปรับการตรวจเต้านมและมดลูก โดยเฉพาะผู้หญิงที่อยู่ในช่วงอายุ 45 ปีขึ้นไป รวมถึงสตรีที่ไม่มีบุตรซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคสูง

***ภาพจำลองการเติบโตของมะเร็งในเวลาเดียวกัน***
***ร่างกายที่มีไขมันสะสมอยู่มากจะมีฮอร์โมนหลั่งออกมาตลอดเวลา***

แพทย์ผู้ให้ข้อมูล : นพ.ทวีศักดิ์ หาญพานิชเจริญ  สูติ-นรีแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญประจำโรงพยาบาลพญาไท 3

Advertisement

No comments yet... Be the first to leave a reply!

Leave a Comment

 

— required *

— required *