เผยเหตุคนเป็นโรคร้าย…อาจมาจากช่องว่างระหว่างเซลล์เยื่อบุลำไส้กว้างเกิน

เมื่อพูดถึงเรื่องของการชะลอความชรา เรามักจะนึกถึงวิธีการที่จะทำอย่างไรให้ผิวพรรณของเรายังดูดีอ่อนกว่าวัย ทำอย่างไรที่จะทำให้หัวใจเราแข็งแรงไม่หยุดเต้น ทำอย่างไรที่จะทำให้สมองของเรายังโลดแล่นไม่หลงลืมง่าย โดยแพทย์น้อยคนที่จะพูดถึงเรื่องสุขภาพของระบบทางเดินอาหาร ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้วระบบทางเดินอาหารมีผลต่อความเสื่อมของเซลล์ในร่างกายเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำงานของเซลล์สมองของคนเรา จะได้รับอิทธิพลค่อนข้างมากจากการทำงานของระบบทางเดินอาหาร

เผยเหตุคนเป็นโรคร้าย

เผยเหตุคนเป็นโรคร้าย

นายแพทย์อรรถสิทธิ์ อมรถนอมโชค แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย โรงพยาบาลเวชธานี เผยถึงสุขภาพของระบบทางเดินอาหารที่ดีว่า มีผลต่อสุขภาพโดยรวมของร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีผลต่อความเสื่อมของเซลล์ในร่างกายทำให้เสื่อมช้าลงได้ด้วย เพราะความเป็นจริงแล้วระบบทางเดินอาหารไม่ใช่เพียงแค่ดูดซึมสารอาหารที่เกิดจากการย่อยของอาหารที่เรารับประทานเข้าไปเท่านั้น แต่ระบบทางเดินอาหารยังต้องสัมผัสกับสารต่างๆ ที่ร่างกายเราได้รับเข้าไปจากการรับประทาน ไม่ว่าจะเป็นยา ฮอร์โมน สารเคมีปนเปื้อนและเชื้อโรคต่างๆ เป็นต้น

ช่องว่างระหว่างเซลล์ ช่องทางนำเชื้อโรคเข้าร่างกาย

ระบบทางเดินอาหารที่ดีในแบบฉบับของแพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัย จะเน้นในส่วนความแข็งแรงของเซลล์เยื่อบุในทางเดินอาหาร โดยเฉพาะเซลล์ที่บุทั้งในลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ ลักษณะของเซลล์เยื่อบุทางเดินอาหารจะเรียงตัวชิดกัน โดยมีช่องว่างห่างกับเซลล์ข้างๆ ในขนาดที่เหมาะสมไม่กว้างเกินไป เพราะถ้าช่องว่างระหว่างเซลล์เยื่อบุทางเดินอาหารดังกล่าวมีขนาดที่กว้างเกินความจำเป็น จะส่งผลทำให้ลำไส้ของเราดูดซึมเอาของที่ไม่มีประโยชน์ หรืออาจจะเป็นโทษต่อร่างกายเข้ามาด้วย เช่น โปรตีนในอาหารที่ย่อยไม่สมบูรณ์ สารเคมีที่ปนมากับอาหารหรือน้ำที่เราดื่มเข้าไป โลหะหนัก ยา และอื่นๆ เป็นต้น ซึ่งสารแปลกปลอมเหล่านี้ เมื่อร่างกายได้รับเข้าไป จะไปกระตุ้นให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายทำงานมากขึ้น โดยคิดว่าสิ่งนี้คือเชื้อโรคแปลกปลอมที่ต้องขจัดออกไป ถ้ามีการกระตุ้นลักษณะนี้สะสมในร่างกายนานๆ ส่งผลให้ภูมิต้านทานมีมากเกินไปจนอาจไปทำลายเซลล์เนื้อเยื่อและอวัยวะต่างๆ ในร่างกายของเราเสียเอง ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะหรือกลุ่มโรคที่เราเรียกว่า “แพ้ภูมิของตนเอง” เช่น โรคภูมิแพ้ เป็นหวัดเรื้อรัง โรคลมพิษเรื้อรัง โรคข้ออักเสบต่างๆ หรือโรค SLE ที่เรารู้จักกันในชื่อว่า โรคพุ่มพวง

นายแพทย์อรรถสิทธิ์ ให้เหตุผลที่อาจเป็นปัจจัยทำให้เซลล์เยื่อบุทางเดินอาหารมีช่องว่างระหว่างเซลล์มากเกินไปว่ามีได้หลายสาเหตุ เช่น ความเครียด อาหาร การอักเสบที่เยื่อบุทางเดินอาหาร สารเคมีจากสิ่งแวดล้อม พันธุกรรม และการเสียสมดุลของแบคทีเรียที่อยู่ที่เยื่อบุลำไส้ในระบบทางเดินอาหาร เป็นต้น

ตัวอย่างของโรคที่เราเชื่อว่ามีปัญหาจากการที่เยื่อบุลำไส้อักเสบ แล้วทำให้เกิดมีช่องว่างระหว่างเซลล์มากขึ้น เช่น โรค Celiac disease ซึ่งเป็นโรคลำไส้อักเสบชนิดหนึ่งที่มาจากภูมิแพ้ตนเอง พบว่าเป็นผลจากการแพ้สิ่งที่เรียกว่า gluten ซึ่งเป็นสารโปรตีนชนิดที่ไม่ละลายในน้ำในพวกแป้งสาลี หรือพวกธัญพืช เช่น พวกข้าวโอ๊ต ไรน์ หรือบาร์เลย์ เมื่อมีการดูดซึมที่ลำไส้เล็กจะถูกเซลล์ที่เราเรียกว่า Antigen presenting cell เข้าไปจับและกระตุ้นทำให้เกิดปฏิกิริยาอักเสบ โดยเฉพาะเซลล์ที่เยื่อบุของลำไส้เล็ก ซึ่งอาจทำให้คนที่เป็นไม่มีอาการใดๆ หรือมีภาวะการดูดซึมผิดปกติ ส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกายได้หมด หรือแม้แต่เพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งก็ได้

รู้ได้อย่างไรว่ามีภาวะภูมิแพ้ตนเองจากการแพ้ gluten

การแพ้ gluten เป็นตัวอย่างของการแพ้อาหาร ที่ทำให้ร่างกายเราผลิตภูมิคุ้มกันที่มีผลทำลายเซลล์ภายในร่างกายของเราเอง ซึ่งต่อมาได้มีการพัฒนาการตรวจภาวะภูมิแพ้แอบแฝงจากอาหาร หรือที่เรียกว่า Food intolerance test เป้าหมายการตรวจก็เพื่อหาระดับภูมิคุ้มกัน หรือที่เราเรียกว่า Antibody ชนิด IgG ที่มีเพิ่มมากขึ้นภายหลังจากรับประทานอาหารเข้าไป ปัจจุบันสามารถตรวจได้ถึง 200 กว่าชนิดของอาหาร เช่น กลุ่มนมวัว ข้าว ยีสต์ และอื่นๆ เป็นต้น

การตรวจดังกล่าวจะทำได้ง่ายและรวดเร็วโดยการเจาะเลือด ซึ่งไม่จำเป็นต้องงดน้ำและอาหารก่อนการตรวจ ใช้เวลาประมาณ 3-5 วันจึงจะทราบผล และผลการตรวจจะแสดงเป็นค่าระดับตัวเลขของ Antibody ชนิด IgG ที่เป็นผลจากอาหารชนิดต่างๆ โดยจะแบ่งอาหารออกเป็น 3 กลุ่มง่ายๆ คือ

กลุ่มแรก อาหารที่มีการสร้างระดับ Antibody สูงกว่าปกติ ให้งดอาหารที่อยู่ในกลุ่มนี้เด็ดขาดอย่างน้อย 3-6 เดือน

กลุ่มที่สอง อาหารที่มีการสร้างระดับ Antibody มากขึ้นแต่ไม่เกินกว่าปกติ ลดปริมาณอาหารชนิดนี้หรือหมุนเวียนการรับประทาน

กลุ่มที่สาม อาหารที่มีการสร้างระดับ Antibody เป็นปกติ สามารถรับประทานได้โดยไม่มีข้อจำกัด ยกเว้นรู้สึกมีอาการไม่สบายก็ให้หลีกเลี่ยง

ผลการตรวจจะทำให้รู้ว่าอาหารชนิดใดอยู่ในกลุ่มต้องห้ามเด็ดขาด หรือรับประทานได้แต่ไม่ควรรับประทานต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นแนวทางในการปรับเปลี่ยนชนิดอาหารที่รับประทานได้ ดังนี้

สำหรับกลุ่มอาหารที่มีการสร้างระดับ Antibody สูงกว่าปกติ แพทย์จะนัดให้มาตรวจซ้ำอีกครั้งภายหลังการหลีกเลี่ยงอาหารและการรักษาภาวะการดูดซึมมากกว่าปกติประมาณ 6 เดือน ซึ่งหากสามารถรักษาภาวะดูดซึมเป็นไปได้ด้วยดี แพทย์ก็จะแนะนำให้เริ่มกลับมารับประทานอาหารที่เคยสร้างระดับ Antibody สูงกว่าปกติใหม่ได้

พอจะเห็นภาพระบบทางเดินอาหารในมุมมองแบบเวชศาสตร์ชะลอวัยแล้วใช่ไหมครับ ว่าระบบทางเดินอาหารของคนเรามีหน้าที่สำคัญมากๆ แต่ก็เป็นระบบที่ถูกทำลายได้ง่าย และก่อให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพที่ร้ายแรงและเรื้อรังโดยที่เราไม่รู้ตัวได้ด้วยเช่นกัน ระบบสำคัญเช่นนี้ดูแลให้ดีนะครับ

คลินิกเวชศาสตร์ชะลอวัย โรงพยาบาลเวชธานี

ตัวอย่างรายงานผลการตรวจ Food intolerance test

Advertisement

1 Comment

  1. Replica rolex watches พูดว่า:

    Great post. I was checking constantly this blog and I’m impressed! Extremely helpful information specifically the last part :) I care for such information much. I was looking for this certain information for a very long time. Thank you and good luck.

Leave a Comment

 

— required *

— required *